Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

News
About Pic
 
WCEคว้ามาตรฐานผลิตโครงสร้างเหล็กญี่ปุ่น
Picbig
รุกตลาดส่งออกโครงสร้างเหล็ก & ตั้งเป้าปี 2560ยอดขาย 7 พันตัน
WCE ได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิตโครงสร้างเหล็ก (M-Grade) จากสถาบัน JSCA (Japan Structural Consultants Association) และมาตรฐานช่างเชื่อมจากประเทศญี่ปุ่น สถาบัน JWES (Japan Welding Engineering Society)  เพื่อผลิต จำหน่าย และส่งออกผลิตภัณฑ์โครงสร้างเหล็กประกอบประเภทเสาและคานไปยังตลาดประเทศญี่ปุ่น สร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ จับมือพันธมิตรเหล็กมิตซุยหนุนตลาด วัตถุดิบ และการส่งออก มั่นใจปี 2560 ขายได้ 7 พันตัน
นายกิตติศักดิ์ มาพะเนาว์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เวสท์โคสท์เอ็นจิเนียริ่ง จำกัดหรือ WCE เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว “ข่าวฅนเหล็กเอสเอสไอ” ว่า เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท เวสท์โคสท์เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิตโครงสร้างเหล็กจากสถานบัน JSCA (Japan Structural Consultants Association) โดยการรับรองดังกล่าวมีเพื่อการผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์โครงสร้างเหล็กประกอบประเภทเสาและคาน (Built up beam) ไปยังตลาดประเทศญี่ปุ่น เพิ่มมูลค่าให้แก่ผลิตภัณฑ์  ขยายตลาด และยกระดับมาตรฐานการผลิตโครงสร้างเหล็กขององค์กร ซึ่งเป็นการการันตีคุณภาพงานผลิตโครงสร้างเหล็กที่ได้มาตรฐานตามหลักเกณฑ์ของประเทศญี่ปุ่น เพราะประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีอัตราการเกิดแผ่นดินไหวสูงที่สุดในโลก ด้วยเหตุนี้ประเทศญี่ปุ่นจึงต้องพัฒนามาตรฐานโครงสร้างเหล็กอย่างต่อเนื่อง และมีการควบคุมอย่างจริงจัง เพื่อให้โครงสร้างเหล็กทุกชิ้นที่ใช้ก่อสร้างในประเทศญี่ปุ่นมีคุณภาพ จากการยื่นขอรับรองมาตรฐานการผลิตโครงสร้างเหล็กจากสถานบัน JSCA  ได้มีการส่งผู้แทนจากสถาบัน JSSAC (Japan Steel Structure Appraisal Center) เข้ามาตรวจสอบระบบการจัดการการดำเนินงานผลิต ได้แก่ การตรวจสอบฐานข้อมูลย้อนหลังในการดำเนินงาน นโยบาย ผลงานที่ผ่านมา และชิ้นงานตัวอย่าง (Mock Up) ที่ได้มีจัดทำขึ้นเพื่อแสดงให้ผู้แทนจากสถาบัน JSSAC เชื่อมั่นในศักยภาพของ WCE ก่อนลงความคิดเห็นให้การรับรองผลดังกล่าว นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า นอกเหนือจากการขอรับรองมาตรฐานฯ แล้ว  WCE ยังได้มีการส่งทีมวิศวกรและช่างเชื่อมเหล็ก จำนวน 6 คน เข้าอบรมและทดสอบฝีมือ ณ ประเทศญี่ปุ่นเพื่อขอรับรองมาตรฐานการเชื่อมเหล็กจากสถาบัน JWES (Japan Welding Engineering Society)  พร้อมกับลงทุนด้านเครื่องจักร  ปรับผังโรงงาน และยื่นขออนุมัติสูตรการผลิตกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (Board of Investment : BOI) เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์ตามหลัก BOI ด้านการยกเว้นอากรนำเข้าวัตถุดิบ นอกจากนี้ WCE ยังได้จับมือร่วมกับพันธมิตรเหล็กอย่าง บริษัท มิตซุยแอนด์โค(ประเทศไทย) จำกัด (Mitsui) ในการส่งเสริม สนับสนุนด้านการตลาด วัตถุดิบ และการส่งออกไปประเทศญี่ปุ่น โดยได้มีการลงนามบันทึกความเข้าใจต่อกันเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2558 ที่ผ่านมา กรรมการผู้จัดการ กล่าวอีกว่า ในช่วงปี 2556 - 2558 ที่เศรษฐกิจโลกซบเซา ประเทศญี่ปุ่นถึงแม้จะเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งก็หลีกหนีวิกฤตนี้ไม่พ้นเช่นกัน วงการก่อสร้างซบเซา ความต้องการโครงสร้างเหล็กลดลง  มีการปลดคนงานออกจำนวนมาก  กำลังการผลิตลดลง แต่ทว่าญี่ปุ่นได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิคปี 2563 ซึ่งจะต้องมีการก่อสร้างสนามกีฬาหลายแห่ง ทำให้อุปทานการใช้โครงสร้างเหล็กตั้งแต่ปี 2559-2562 จะสูงขึ้นอย่างมาก เกินกว่าอุปทานในประเทศที่มีโรงเชื่อมประกอบ (Fabrication shop) จะไม่จ้างคนเพิ่มแต่จะใช้วิธีนำเข้าโครงสร้างเหล็กเพื่อชดเชยอุปทานในประเทศที่มีไม่เพียงพอ โครงสร้างเหล็กในประเทศญี่ปุ่นที่จะขาดแคลนนี้จะมีปริมาณอยู่ที่ประมาณ 40,000 – 60,000 ตันต่อปี จนถือเป็นโอกาสอันดีของ WCE ในการขยายตลาดโดยร่วมกับบริษัท มิตซุยแอนด์โค(ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทญี่ปุ่นที่น่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับของวงการค้าขายทั้งญี่ปุ่นและไทย ขณะนี้ WCE ได้มีการเริ่มผลิต Built up beam แล้วจำนวนหนึ่ง โดยเป็นการผลิตเพื่อทดสอบการผลิต (Trial lot) อยู่ในช่วงการเรียนรู้ (learning curve) ปีนี้ WCE และ มิตซุย ตั้งเป้าหมายผลิตเพื่อจำหน่ายประมาณ 1,700 ตัน ก่อนก้าวสู้ปี 2560 ที่จะผลิตอย่างเต็มขั้น ตั้งเป้าอยู่ที่ประมาณ 7,000 – 8,000 ตัน พร้อมกับต่อยอดธุรกิจไปสู่ตลาดอเมริกา หรือ อาเซียนด้วยมาตรฐานการผลิตเดียวกันนี้ ส่วนตลาดในประเทศก็จะมีโครงสร้างเหล็กสำหรับอาคารสูง (high rise building) อาคารโรงงาน คลังสินค้า เป็นต้น หากบริษัทใดสนใจสามารถติดต่อโดยตรงได้ที่บริษัท เวสท์โคสท์เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ได้ทั้งสำนักงานใหญ่ แขวงสีลม หรือโรงงาน WCE อำเภอบางสะพาน